วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

เว๊ปไซต์ที่ฉันเข้าชมบ่อยๆ :D


http://www.dek-d.com/

เป็นเว็ปไซต์ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการศึกษา ความรู้เพิ่มเติม

บันเทิง สิ่งหน้ารู้ นิยาย รูปภาพ และอื่นๆ 

เรียกได้ว่ามีครบทุกวงจร และยัง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่หน้าสนใจอีกด้วย

 

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

Courage the Cowardly Dog 

 Courage the Cowardly Dog intertitle.jpg

 Courage the Cowardly Dog is an American animated television series created by John R. Dilworth for Cartoon Network. Its central plot revolves around a somewhat anthropomorphic pink dog named Courage who lives with his owners, Muriel and Eustace Bagge, an elderly, married farming couple in the "Middle of Nowhere" (the fictional town of Nowhere, Kansas). Courage and his owners are frequently thrown into bizarre misadventures, often involving the paranormal/supernatural and various villains. The show is known for its surreal, often disquieting humor and bizarre plot twists. The series combines elements of comedy horror, science fantasy, and drama.

The program originated from a short on Cartoon Network's animation showcase series created by Hanna-Barbera president Fred Seibert, "What A Cartoon!" titled "The Chicken from Outer Space".[1]
On April 20, 2012, this series returned to Cartoon Network in re-runs on the revived block, "Cartoon Planet"

Plot

 Courage the Cowardly Dog follows a dog named Courage, an easily frightened canine who lives in a farmhouse with Muriel and Eustace Bagge near the fictional town of Nowhere, Kansas. Abandoned as a puppy, Courage was adopted by Muriel Bagge (a sweet-natured Scottish woman), and her husband Eustace (a grumpy, greedy farmer who enjoys scaring Courage with a large, bright green, bug-eyed mask). Courage, Eustace, and Muriel frequently run into monsters, aliens, demons, mad scientists, zombies, and other perils that Courage must fend off to save his owners. Although most of the creatures that the three face are frightening or disturbing, some turn out to be sweet or simply in distress.



 Watch more: http://www.youtube.com/watch?v=cJD5NiKxzdI&feature=share&list=PL2AA685F0FFB3B539

How to Shuffle :D

Hansel and Gretel


A poor woodcutter and his wife had two children named Hansel and Gretel. Their mother died when they were young. Hansel and Gretel were very sad. Soon their father remarried but their stepmother was very cruel. One day, she took the children deep into the forest and left them there. Clever Hansel had some breadcrumbs in his pocket and had dropped them on the way so that they could find their way back home. Alas! The birds ate all the crumbs and they couldn’t find the path that led back home.
Hansel and Gretel went deeper and deeper into the forest. They were hungry and tired. Finally, after walking for a long time, they saw a cottage made of chocolate, candies, and cake. “Look, Hansel! A chocolate brick!” shouted
Gretel in delight and both ate it hungrily.
Now, a wicked witch lived there. When she saw Hansel and Gretel, she wanted to eat them. She grabbed the chil­dren and locked them in a cage. The witch decided to make a soup out of Hansel and eat him first. She began boiling a huge pot of water for the soup. Just then, Gretel crept out of her cage. She gave the wicked witch a mighty push from behind and the witch fell into the boiling water. She howled in pain and died instantly. Hansel and Gretel found treasure lying around the cottage. They carried it home with them. Their stepmother had died and their father wel­comed them back with tears of joy. They never went hungry again!

ผู้เขียนเองชื่นชอบกีต้าร์โปร่ง อยู่หลายๆ ยี่ห้อ นั่นเป็นเพราะว่า
กีต้าร์โปร่งแต่ยี่ห้อ ล้วนมีเอกลักษณ์ จุดเด่น และความน่าสนใจ แตกต่างกันออกไป

กีต้าร์โปร่ง ที่ผู้เขียนกำลังจะพูดถึงนี้ เป็นทั้งผู้บุกเบิก ผู้นำ และผู้เป็นตำนาน ของกีต้าร์โปร่ง
(Flap Top) หรือกีต้าร์โปร่งสายเหล็ก 

หากไม่มีซึ่งกีต้าร์โปร่งยี่ห้อ.....นี้ ผู้เขียนยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่า ทิศทางของกีต้าร์โปร่ง จะเป็นอย่างไร

ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบรูปทรง การสร้างโทนเสียง องค์ประกอบอื่นๆ ล้วนเป็นสุดยอดศิลปะ ขั้นเทพจริงๆ

คิดดูละกัน สิ่งใดก็ตาม ที่ถูกออกมาแบบมาเป็นร้อยปี แต่วันนี้ยังได้รับความนิยมอยู่ นั่นหมายความว่าอย่างไร?
มันต้องไม่ธรรมดาแน่นอนใช่ไหมครับ 

ผู้เขียนกำลังพูดถึง "Martin Guitar" ผู้คิดค้น บุกเบิก และ นำทาง ให้กับ Flap Top Guitar 

ประวัติ Martin Guitar หรือ C.F. Martin & Company

ครอบครัวนี้ เป็นชาวเยอรมัน ได้อพยพ ย้ายถิ่นฐานมาจากเยอรมัน (Germany)
และ มาปักหลักอยู่ที่อเมริกา ใน New York เป็นที่แรก ในปี 1833 ก่อนจะย้ายมาที  Nazareth, Pennsylvania ในปี 1838

ครอบครัว Martin เป็นครอบครัว ทำอาชีพช่างไม้ งานหลักคือ การทำฟอนิเจอร์ไม้ มาตั้งแต่ต้น
และได้เริ่มทำไวโอลิน (Violin) ในเวลาใกล้เคียง ซึ่งถือเป็นเครื่องดนตรี ประเภทอะคูสติก ที่ได้รับความนิยมมาก ในเวลานั้น 

ในยุคนั้น กีต้าร์โปร่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่น หรือ ช่างทำกีต้าร์โปร่ง ก็ตาม จะถูกมองว่าเป็นคนชั้นลอง(ชั้นทางสังคม)
ส่วนผู้เล่นไวโอลิน หรือเครื่องดนตรีที่ใกล้เคียงกันนี้ จะถูกยกให้เป็นคนอีกละดับหนึ่ง
ซึ่งแน่นอนว่าจะดูดี และมีระดับมากกว่า นั่นอาจจะเพราะว่า ดนตรี classic ได้รับความนิยม มากกว่าดนตรี Folk
เรียกว่า ดนตรี Folk สำหรับชนชั้นแรงงาน หากใครเดินเล่นกีต้าร์โปร่ง อาจจะถูกมองด้วยหางตา ประมาณว่า ของเล่นชนชั้นแรงงาน

ดังนั้น ทั้งกีต้าร์โปร่ง และคนทำกีต้าร์ จึงไม่ได้รับความนิยมแบบแพร่หลาย เช่นในสมัยนี้
แต่จะเล่นกันอยู่ชนชั้นแรงงาน เฉพาะกลุ่ม เท่านั้น

"Christian Frederick Martin ผู้บุกเบิก Martin Guitars"
และเป็นผู้ให้กำเนิด Flap Top Guitar หรือกีต้าร์โปร่งสายเหล็ก ที่เราเล่นกันอยู่ในทุกๆ วันนี้

Martin Guitar เริ่มต้นในปี 1833 โดย "Christian Frederick Martin"

ในยุคต้นกำเนิด Martin Guitar เป็นเพียงธุรกิจเล็กๆใน New York
ทำมาค้าขายเครื่องดนตรี ในแบบหาเลี้ยงปากท้อง และครอบครัว ไม่ได้เป็นธุระกิจที่ใหญ่โต หรือมีชื่อเสียง

ยุคแรกๆ Martin เอง ก็ไม่ได้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในการสร้างกีต้าร์โปร่ง(Flap top)

อย่างที่ว่าไปแล้ว คือ ทาง Marin เอง เชียวชาญในการสร้างไวโอลิน(Violin) มากกว่าพวกกีต้าร์โปร่ง
แต่ว่าโชคดีที่ทาง Martin สนใจการสร้างกีต้าร์ มาตั้งแต่อายุ 15 ปี ในเวลานั้นเอง....
เขาได้รับวิชาการทำกีต้าร์ มาจาก Johan Stauffer ถือเป็นครูคนแรกของ Martin
( Johan Stauffer เป็นคนแรกๆ ที่มีความรู้ในการสร้าง Guitar , Violin และ Cello ในกรุง Vienna, Austria )

Martin ได้ลองสร้างกีต้าร์ ตามแบบอิทธิผลที่ได้รับการแนะนำ จาก Johan Stauffer

Stauffer Guitar ในยุคโบราณ
ก่อนที่จะกลายมาเป็น กีต้าร์โปร่งสายเหล็ก หรือ Flat Top Guitar 

ในยุคต้นๆ ของ Martin จะพบว่า รูปแบบ และ เอกลักษณ์ ของ Martin Guitar
จะมีความคล้ายกับ Stauffer Guitar อยู่หลายประการ เช่น รูปแบบของหัวกีต้าร์ หรือ Headstock,
สายที่ใช้ใส่กีต้าร์ (Strings) ซึ่งจะใช้สายประเภทสายไนกัท (Nylgut Strings) คล้ายสายไนล่อนของกีต้าร์คลาสสิค
ส่วน Bracing จะเป็น Fan Bracing เหมือนกับกีต้าร์ไนล่อน (clssic guitar)
และรวมไปถึง Bridge ก็จะเป็นแบบ ปิรามิด (Pyramid)

"ลักษณะของ X-Bracing"

ก้าวมาถึง ในช่วงปี คศ. 1840 ทาง Martin ได้เริ่มพัฒนากีต้าร์สายเหล็ก หรือ Flat Top แบบจริงๆ จังๆ
ในจุดนี้เอง คือ ก้าวย่างอันสำคัญ และยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ของ Martin Guitar 

มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนา หลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการคิดค้น "Bracing" แบบใหม่...
(Bracing คือโครงค้ำภายในตัวกีต้าร์ให้มีความแข็งแรง และมีส่วนสำคัญต่อลักษณะโทนเสียงด้วย) 

จากเดิมที่เคยใช้ Fan-Bracing ก็หันมาใช้ "X-Bracing"
รูปแบบ "X Bracing" ที่ถูกคิดค้น และพัฒนาโดย Martin ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่สำคัญต่อกีต้าร์โปร่งในยุคต่อๆมา
โดย X-Bracing ที่ว่านี้ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากอดีต มาถึงปัจจุบัน 

(เรื่อง X-bracing ยังมีอะไรสนุกๆ อีกเยอะ ผู้เขียนขอข้ามไปก่อน และอาจจะมาคุยในโอกาสต่อๆไป)

มาถึงปี คศ. 1929 เป็นปีทีสำคัญอีกครั้ง ของ Martin Guitar ในเรื่องการปรับเปลี่ยนขนาดของกีต้าร์โปร่ง
จากเดิมที่ Martin เคยทำกีต้าร์โปร่งทรง O-size เป็นกีต้าร์คอ 12 fret เรียกแบบบ้านๆ ว่า "กีต้าร์คอสั้น ตัวยาว"
ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นกีต้าร์คอ 14 fret คือ การทำให้คอกีต้าร์ยาวขึ้น เพื่อให้สามารถเล่น note ได้สูงขึ้น
มีความหลากหลาย และมีรสชาติในการเล่น มากขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอันสำคัญที่เดียว

ตามภาพประกอบข้างต้น คือ กีต้าร์ Martin ยุคโบราณ

จากเดิมกีต้าร์โปร่ง ทรง O-size ยุคดั้งเดิม จะมี scale 24.9" (วัดจาก nut มาถึง saddle)
เมื่อปรับเป็น 14 fret ความยาวจะเปลี่ยนเป็น 25.4" นิ้ว

"Perry Bechtel ผู้จุดประกายให้เกิด Martin OOO 14 Fret"

ผู้จุดประกายให้ Martin ทำกีต้าร์โปรง คอยาว 14 fret ก็คือ "Perry Bechtel" 

"Perry Bechtel" นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น เขามีฝีไม้ลายมือ ในการเล่น Banjo เป็นอย่างมาก
ในขณะนั้น Perry Bechtel กำลังจะหันมาเล่นกีต้าร์โปร่ง จึงได้ร้องขอ/ แนะนำให้กับ Martin ว่า น่าจะทำกีต้าร์คอยาว 14 Fret
ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม Perry Bechtel จึงอยากให้ Martin ทำกีต้าร์โปร่งคอยาว 14 fret ก็เพราะว่าเขาเล่น Banjo อยู่
คงจะไม่ถนัดที่จะเล่นกีต้าร์โปร่งคอสั้นแค่ 12 Fret เพราะเล่นโน๊ต ได้น้อยเกินไป

ณ ช่วงเวลานั้น กระแสความนิยม ในการเล่นกีต้าร์โปร่ง เริ่มมา ดนตรีสไตล์ Bluegrass /
Country Music / Folk เริ่มเฟื้องฟูอย่างต่อเนื่อง กีต้าร์ Martin ก็เริ่มโด่งดังในยุคนี้ เช่นกัน

ถามว่า ทำไม Martin Guitar ถึงได้โด่งดังในยุคนั้นมากๆ คำตอบที่ผมคิด ก็น่าจะเพราะว่า
Martin ได้ทำกีต้าร์โปร่ง (Flat Top) ได้ล้ำสมัยกว่าใครๆ ในยุคนั้น
ทั้งด้านการออกแบบ ทั้งด้านเทคนิค การทำให้เกิดเสียงที่สมบูรณ์แบบ ถูกใจผู้เล่น ฯลฯ

ลูกบิด(Tuner) สมัยเก่า จะเป็น banjo tuners
โดยได้รับอิทธิผล/ดัดแปลงมาจากลูกบิดของ Banjo


มาดูเรื่องไม้ที่ใช้ประกอบทำกีต้าร์ Martin กันบ้าง ว่าเขานิยมใช้ไม้อะไร

กีต้าร์ Martin ในสมัยนั้น จะเลือกใช้ไม้หน้า(top) เป็น solid Adirondack Spruce
ส่วนไม้หลัง(back) และข้าง(side) เป็นไม้ solid Brazilian Rosewood
คอกีต้าร์(Neck Wood) ยังนิยมใช้ Mahogany ด้วยว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง มีน้ำหนักเบา
หัวกีต้าร์ (Headplate) ใช้ไม้ indian Rosewood ส่วนของ Fingerboard เป็นไม้ Ebony

" Martin D-28 จุดกำเนิดของกีต้าร์ ทรงมาตรฐาน (Dreadnought) " ต้นแบบของกีต้าร์โปรง ทุกยุค ทุกสมัย

ในช่วงที่ดนตรีประเภท bluegrass (country music) เฟื้องฟู เป็นที่นิยมเล่น
กีต้าร์สายเหล็ก (flap top) จึงเป็นเครื่องดนตรีอีกชิ้น ที่ร่วมเล่นในวง bluegrass 

เครื่องดนตรีหลายๆ ชิ้นในวง Bluegrass จะให้เสียงที่ดัง ซึ่งมันดังมาก
ไม่ว่าจะเป็น fiddle, banjo, mandolin, หรือ Dobro ก็ตาม 

เครื่องดนตรีเหล่านี้ กลบเสียงกีต้าร์โปร่งสายเหล็ก อย่าง O-size สะจนกลายเป็นแค่ไม้ประดับในวง เท่านั้น

กีต้าร์ขนาด O-size จึงไม่สามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้เล่นได้ (ทั้งขนาดและโทนเสียง)
ทาง Martin จึงได้ออกกีต้าร์ ทรง Dreadnought มาเพื่อสามารถให้เสียงที่ดัง
สามารถเล่นแข่ง/ส่งเสีงดัง เพื่อสู้กับเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆ ในวง Bluegrass ได้

Martin Guitar ทรง Dreadnought ถูกเริ่มคิดค้น ในปี 1915-1930 เรื่อยมา
และ มาลงตัวสมบูรณ์แบบ ในปี 1934 คือ Martin D-28 (14 fret)

ถ้าพูดถึง กีต้าร์ทรงมาตรฐาน ก็คือ ทรงเดทนอท (Dreadnought) บ้างเรียกกันย่อๆว่า "กีต้าร์ทรง D"
ซึ่งเป็นกีต้าร์ ทรงยอดนิยม ที่สุด และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่สุด 

คุณสมบัติอันโดดเด่นของกีต้าร์ทรง Dreadnought ก็คือ
สามารถตอบสนองการเล่นได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสไตล์ดนตรีแบบไหน
ก็สามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดี เรียกว่า over all จะเล่นสไตล์การเล่นแบบ strumming
หรือ finger picking ก็ตอบสนองหรือถ่ายทอดเสียงได้อย่างดี

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

 นักแสดงที่ฉันชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชื่อ: ณฉัตร จันทพันธ์
ชื่อเล่น : นิคกี้
วันเกิด : 25 มีนาคม 2532

ผลงานแสดงที่ผ่านมา
-ปล้นนะยะ 2 อั๊ยยยย่ะ
-สมอลล์รู กูแนว

ผลงานพิธีกร
-พิธีกรรายการ “เดอะ ฮันท์…ถ้าใช่ ได้เกิด”
-พิธีกรรายการ ““เฮ สเตชั่น”

ผลงานละคร
-ละคร “ช็อกโกแลต 5 ฤดู”

ผลงานอื่นๆ
- ถ่ายแบบ เธอกับฉัน vol.25
-เข้าประกวด LG Starz Talent

ผลงาน MV
-ตั้งใจไม่ได้เผลอ